ต้อลม

เชื่อหรือไม่?? ต้อลม เป็นแล้วก็กลับมาเป็นซ้ำอีกได้

ต้อลม (Pinguecula) สามารถเกิดขึ้นได้ในวัยทำงานที่อายุยังไม่แตะเลข 4 โดยมักจะมีอาการเคืองตา แสบตา น้ำตาไหล ตาบวม ตาแดง รู้สึกเหมือนมีฝุ่นหรือสิ่งแปลกปลอมอยู่ในดวงตา ทำให้รู้สึกคันตา จนถึงขั้นลืมตาไม่ขึ้น ซึ่งอันตรายของโรคต้อลมคือหากปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา หรือยังคงปล่อยให้ดวงตาสัมผัสกับแสงแดด ฝุ่น ควัน และความร้อนอย่างต่อเนื่อง อาจเกิดอาการอักเสบจนลามไปถึงตาดำทำให้เกิดเป็นต่อเนื้อ ซึ่งอันตรายกว่าต้อลม และยังอาจเกิดความผิดปกติของสายตาอย่างถาวรได้

สาเหตุของโรคต้อลม

โรคต้อลมเกิดจากการเสื่อมของเยื่อบุตาขาว เกิดการเปลี่ยนแปลงจากเนื้อเยื่อปกติและกลายเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงมีลักษณะเป็นก้อนเนื้อขนาดเล็ก นูน สีขาวหรือเหลืองอยู่บริเวณเยื่อบุตาขาว แต่ไม่ใช่เนื้องอก มักพบบริเวณหัวตามากกว่าหางตา ผู้ที่เริ่มเป็นต้อลมช่วงแรกมักไม่แสดงอาการให้เห็น แต่จะรู้สึกเคืองตา แสบตาและน้ำตาไหล ฯลฯ มีอาการมากขึ้นขณะอยู่กลางแจ้งเมื่อต้องโดนแดด โดนลมเป็นเวลานาน และหากต้อลมมีขนาดใหญ่ขึ้นหรือเกิดการอักเสบ ส่วนหนึ่งอาจมาจากรังสีอัลตราไวโอเลตหรือที่เรียกว่ารังสี UV ซึ่งมีอยู่ในแสงแดด ประกอบกับการสัมผัสกับลม ฝุ่น ควัน และ และแสงแดดตลอดเวลาโดยไม่มีการป้องกันดวงตา รวมทั้งมีอาการตาแห้งบ่อยๆ ซึ่งต้อลมเป็นโรคที่พบบ่อยในวัยทำงาน เมื่อเป็นแล้วไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ หากถูกกระตุ้นจากแดด ลม ฝุ่น ควัน จะกลับมาเป็นซ้ำแล้วซ้ำอีก หรือปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาก็จะลุกลามจนกลายเป็นต้อเนื้อได้

ภาวะแทรกซ้อนและการป้องกันไม่ให้เกิดโรคต้อลม

เนื้อเยื่อปกติบริเวณดวงตาอาจขยายใหญ่เข้าไปในกระจกตาหรือบริเวณตาดำ ทำให้บดบังการมองเห็นจนกลายเป็นโรคต้อเนื้อ ซึ่งโรคต้อเนื้อและต้อลมเป็นภาวะความผิดปกติของโรคทางดวงตาที่เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกัน แต่ต่างกันตรงที่ตำแหน่งการเกิดต่างกัน แต่โรคต้อลมถือเป็นโรคที่ไม่มีอันตรายร้ายแรง หากไม่มีอาการหรือไม่อักเสบก็ไม่จำเป็นต้องรักษาด้วยยา แต่ผู้ที่เป็นสามารถป้องกันและรักษาโรคต้อลมได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

 

1.หลีกเลี่ยงแสงแดด ฝุ่น ควัน

ควรหลีกเลี่ยง แสงแดด ลม ฝุ่น และควัน เพราะจะกระตุ้นทำให้เกิดการอักเสบ และควรสวมแว่นตาที่มีเลนส์ในการกรองรังสียูวีเอ หรือ รังสียูวีบีจากดวงอาทิตย์ เพื่อปกป้องดวงตาเมื่อต้องทำงานหรืออยู่ในสถานที่ที่มีแดดจัดๆ การสวมแว่นยังช่วยป้องกันฝุ่นและควันได้อีกด้วย

 

2.สวมอุปกรณ์ป้องกันดวงตา

หากอยู่ในสภาพแวดล้อมหรือทำงานในสถานที่แห้ง มีลม และมีฝุ่นละอองเยอะ ควรสวมอุปกรณ์ป้องกันดวงตาจากลม ฝุ่นละออง เศษผง สิ่งแปลกปลอมขนาดเล็กที่อาจถูกพัดพามากับลมได้เช่นกัน

 

3.ดูแลดวงตาให้ชุ่มชื่นอยู่เสมอ

เมื่อรู้สึกว่าเกิดอาการตาแห้ง อาจลองหยอดน้ำตาเทียม ซึ่งประกอบด้วยสารช่วยหล่อลื่นและให้ความชุ่มชื่นแก่ดวงตา

 

4.ไม่ควรซื้อยาหยอดตาเอง

ควรรับการตรวจรักษาจากจักษุแพทย์ หากมีอาการระคายเคืองตา น้ำตาไหล ตาแดงอักเสบ หลังจากอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานานๆ จนเกิดอาการ และไม่ควรซื้อยาหยอดตาเองเพราะยาหยอดตาไม่สามารถทำให้ต้อลมหายได้ เพราะการซื้อยาหยอดตาเองบางครั้งได้ยาที่มีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์ เมื่อหยอดนานๆ จะทำให้เป็นโรคต้อหินได้ ในกรณีที่ผู้ป่วยมีการพัฒนาจนเป็นต้อเนื้อและมีอาการระคายเคืองอักเสบเป็นประจำ รวมถึงรักษาด้วยยาหยอดตาแล้วไม่ดีขึ้น ซึ่งจักษุแพทย์อาจพิจารณาใช้วิธีรักษาด้วยการผ่าตัด

 

5.เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อดวงตา

คนที่เป็นต้อลม ควรหันมาทานพวกผลไม้ มะละกอ ผักใบเขียว แครอท ปลาแซลมอน ปลาทูน่า และพักสายตาทุก 1 ชั่วโมง เมื่อใช้สายตามากๆ นอกจากนี้ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการพักผ่อนถือเป็นการพักสายตาที่ดีที่สุด

 

ดวงตาถือเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย ถึงแม้ว่าโรคต้อลมจะไม่อันตรายถึงขั้นทำให้เสียชีวิต แต่หากเสียดวงตาไปแล้วก็ยากที่จะทำให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำไม่ให้อาการเป็นมากกว่าเดิม แต่หากพบว่าดวงตามีอาการอักเสบ แพทย์อาจจัดยาหยอดตาหรือพิจารณาการผ่าตัดเพื่อให้ดวงตากลับมามองเห็นได้ชัดเหมือนเดิม

Related Post

สัญญาณเตือนโรคร้ายของดวงตาที่คุณอาจมองข้าม... เมื่อร่างกายกำลังเจอกับโรคร้าย อย่างแรกที่กลไกในร่างกายของเราจะทำก็คือการส่งสัญญาณเตือนออกมาเป็นรูปแบบของอาการเจ็บปวดเล็กๆ น้อยๆ ที่บางครั้งหลายคนอาจจ...
5 สิ่งห้ามทำหากไม่อยากสายตาสั้นเพิ่ม... เพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวันจริงๆ สำหรับ คนสายตาสั้น ในบ้านเรา ซึ่งเชื่อว่าทุกคนไม่แปลกใจว่าทำไมคนสายตาสั้นจะเพิ่มจำนวนขึ้นรวดเร็วจนน่าตกใจ มันก็เป็นเพราะพ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *