การดูแลรักษาต้อหิน

ไม่อยากบอดถาวร..ต้องอ่าน!! ภัยร้ายของต้อหิน อันตรายมากกว่าที่คิด

ต้อหินเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตาบอดแบบถาวร โรคนี้เมื่อมีการสูญเสียจากการมองเห็นแล้ว จะไม่สามารถกลับคืนมาเป็นปกติได้ การรักษาที่พอจะทำได้มากที่สุดก็คือ พยายามควบคุมไม่ให้ต้อหินลุกลามมากขึ้นจากวันที่ตรวจพบ สิ่งที่สำคัญคือ หากตรวจพบเร็วมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งช่วยให้รักษาการมองเห็นไว้ได้นานขึ้น แต่หากตรวจพบช้า จะทำให้เกิดการสูญเสียการมองเห็นไปมากและไม่สามารถกลับมามองเห็นเหมือนได้ และหากตรวจพบว่าเป็นต้อหินจะต้องรีบเข้าทำการรักษาอย่างเร่งด่วน!

ต้อหิน

อาการของต้อหิน

ต้อหินเป็นโรคที่มีการทำลายของเส้นประสาทจากหลายสาเหตุซึ่งอาจมาจากความดันตาสูง ทำให้ลานสายตาเสียไปหรือแคบลงเรื่อยๆ พบในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป และมักเป็นกับตาทั้งสองข้าง โดยปกติคนเรามีน้ำหล่อเลี้ยงอยู่ภายในลูกตาทำให้การสร้างและการขับออกต้องสมดุลกับความดันลูกตาจึงจะปกติ ถ้าเกิดการเสียสมดุลอย่างสร้างมากผิดปกติ หรือขับออกน้อยกว่าปกติจะทำให้ความดันลูกตาสูงขึ้น แต่สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการไหลออกของน้ำหล่อเลี้ยงน้อยกว่าปกติ ทำให้มีการคั่งของน้ำอยู่ภายในลูกตาทำให้ดวงตามีความแข็งราวกับหิน ซึ่งเมื่อความดันลูกตาสูงผิดปกติจะไปกดประสาทตาซึ่งอยู่ทางด้านหลังของลูกตา ส่งผลให้ประสาทตาเสื่อมทำให้ตามัว หากทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาจะทำให้ตาบอดแน่นอน แต่แม้จะได้รับการรักษาจนความดันลูกตาลงมาเป็นปกติ แต่สายตาที่เสียไปแล้วจากโรคต้อหินไม่สามารถกลับคืนมาดีเหมือนเดิมได้ ซึ่งมีอันตรายอย่างมากถึงขั้นตาบอดสนิท หากไม่รักษา หรือรักษาไม่สม่ำเสมอ จะทำให้ลานสายตาหรือความกว้างของการมองเห็นแคบเข้า จนกระทั่งสูญเสียการมองเห็น ซึ่งการสูญเสียการมองเห็นจากโรคต้อหินเป็นการสูญเสียถาวรไม่สามารถจะแก้ไขให้คืนมาได้

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคต้อหิน

ส่วนใหญ่โรคต้อหินจะเกิดจากการเสื่อมของร่างกายเอง โดยเป็นกลุ่มโรคที่มีการเปลี่ยนแปลงทำลายของขั้วประสาทตา ไม่มีสาเหตุปัจจัยภายนอก หรือพบร่วมกับโรคทางตาอื่นๆ ที่แทรกซ้อนมาจากอุบัติเหตุหรือการผ่าตัดรักษาโรคอื่นๆ ในดวงตา หรือแม้แต่เกี่ยวพันกับโรคทางกายอื่นๆ เว้นแต่โรคนี้มีส่วนเกี่ยวข้องทางกรรมพันธุ์ทำให้เป็นมาตั้งแต่กำเนิด ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดที่ควบคุมเปลี่ยนแปลงได้คือ ความดันในลูกตาที่เพิ่มสูงขึ้นโดยอาจจะเพิ่มสูงขึ้นเองตามธรรมชาติ เพราะความเสื่อมข้างในลูกตาหรืออาจเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากยาที่ใช้ อุบัติเหตุหรือการผ่าตัด

ประเภทของต้อหิน

1.ต้อหินชนิดเฉียบพลัน

ต้อหินชนิดนี้มักเกิดกับผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป โดยเกิดจากความดันลูกตาที่ขึ้นสูงทันที ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวดตามาก ปวดศีรษะและตามัวลงอย่างรวดเร็ว อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอาการจะเป็นมากขึ้น

 

2.ต้อหินชนิดเรื้อรังแบบมุมเปิด

ต้อหินชนิดนี้ ความดันตาจะขึ้นทีละน้อย จึงไม่มีอาการเจ็บปวด ส่วนใหญ่จะเกิดกับตาทั้งสองข้าง อาการผิดปกติ จะไม่ค่อยปรากฏในระยะแรกๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปประสาทถูกทำลายไปเรื่อยๆ ทำให้ลานสายตาแคบลง ให้รีบมาพบแพทย์เพราะหากมาช้าเกินไปสายตาอาจบอดสนิทได้

 

3.ต้อหินชนิดเรื้อรังแบบมุมปิด

ต้อหินชนิดนี้จะไม่มีอาการระยะแรกๆ แต่จะดำเนินไปทีละน้อยมุมม่านตาปิดเป็นหย่อมๆ และความดันตาจะค่อยๆ สูงขึ้น ตรวจขั้วประสาทตาพบว่าขั้วประสาทตาบุ๋มจากต้อหิน และลานสายตาแคบลง

 

การรักษาโรคต้อหิน

ปัจจุบันนี้ยาหยอดตารักษาต้อหินหลายผลิตภัณฑ์ ที่พบว่าได้ผลดีในการลดความดันในลูกตา ซึ่งเป็นกลุ่มอนุพันธ์พรอสตาแกลนดิน ซึ่งยาในกลุ่มนี้จะให้ความสะดวกต่อผู้ป่วยมากขึ้น แต่ควรขึ้นอยู่กับการควบคุมดูแลจากแพทย์ด้วย ไม่ควรซื้อยามาหยอดเอง นอกจากนี้การรักษาต้อหิน อาจใช้การยิงแสงเลเซอร์ หรือการผ่าตัด ซึ่งวิธีการรักษานั้นขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของโรคและอยู่ในดุลยพินิจของจักษุแพทย์ผู้รักษาว่าใช้วิธีใดจึงจะได้ผลดีที่สุดต่อผู้ป่วย และหากตาข้างที่เป็นต้อหินได้รับการรักษาแล้ว จะต้องรีบป้องกันสายตาอีกข้างหนึ่งไม่ให้เป็นด้วย ซึ่งการป้องกันทำได้โดยการหยอดยา ยิงแสงเลเซอร์ หรือผ่าตัด เพราะหากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้ตาบอดได้

 

ไม่ว่าต้อหินจะเกิดจากสาเหตุใด แต่หากคุณตรวจพบว่าเป็นโรคนี้ก็ควรรีบทำการรักษากับแพทย์เฉพาะทางโดยด่วน เพื่อเป็นการรักษาดวงตาให้มองเห็นได้อย่างยาวนานต่อไป

Related Post

เชื่อหรือไม่?? ต้อลม เป็นแล้วก็กลับมาเป็นซ้ำอีกได้... ต้อลม (Pinguecula) สามารถเกิดขึ้นได้ในวัยทำงานที่อายุยังไม่แตะเลข 4 โดยมักจะมีอาการเคืองตา แสบตา น้ำตาไหล ตาบวม ตาแดง รู้สึกเหมือนมีฝุ่นหรือสิ่งแปลกปล...
9 วิธีบอกลาอาการสายตาสั้นแบบธรรมชาติ... สาวๆ ที่สายตาสั้นหลายคนคงอยากจะให้สายตากลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมกันแน่นอน เพราะแม้ว่าการใส่แว่นจะช่วยให้มองเห็นภาพต่างๆ ได้ชัดเจนแค่ไหน แต่หลายๆ คนอาจจ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *