เทรนด์เรื่องความสวยความงาม 2018

ปัจจุบันเทรนด์เรื่องความสวยความงามมีการเติบโตพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง สมัยนี้ไม่ใช่เฉพาะผู้หญิงเท่านั้นที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ทั้งเพศที่สาม และผู้ชายก็ให้ความสำคัญและสนใจในเรื่องนี้มากขึ้นทุกวันๆ ทำให้อุตสาหกรรมความงามกำลังกลายเป็นอุตสาหกรรมที่น่าจับตามองของโลก

ซึ่งเทรนด์ความงามอันเป็นแรงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมความงามของโลกในปี 2017-2018 คือ

1. Digital Experience

เทคโนโลยีความงามใหม่ๆที่เกิดขึ้น ได้ทำให้ผู้บริโภครู้สึกมีส่วนสำคัญในการจัดการกับความงามของตัวเองได้  ซึ่งผลงานวิจัยระบุว่า ผู้บริโภคชาวจีน 18% เป็นเจ้าของเทคโนโลยีความงามที่ทรงประสิทธิภาพ เพิ่มขึ้นถึง 13% จากปี 2014  นอกจากนี้เกือบครึ่ง (48%) ของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดในอังกฤษ​ ให้ความสนใจที่จะใช้แอปพลิเคชั่น ที่สามารรถตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงของสภาพผิว และจุดด่างดำต่างๆ ซึ่งในปัจจุบัน กว่า 30% ของผู้หญิงอเมริกาบอกว่าพวกเขาสนใจที่จะลองใช้สกินแคร์ที่มีเครื่องมือช่วยตรวจสภาพผิวพร้อมกันด้วย

มีรายงานว่า 64%  ของผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าความงามนั้น มีความสนใจกับอุปกรณ์ความงามที่สร้างการมีส่วนร่วม(Interactive) กับพวกเขา รวมถึง ประสบกาณ์ดิจิตอลที่เกิดขึ้นในสโตร์ เช่น Virtual mirror, Vitual reality headsets และ Interactive Displays รวมถึงในซาลอนเช่นกัน

2. Real Influencer 

ในปัจจุบัน การใช้ Influencer รีวิวสินค้า หรือบริการ ค่อนข้างที่จะได้ผลลัพธ์ที่ดี ซึ่งจุดเด่นของการทำการตลาดผ่าน Influencer ก็คือ การสื่อสารที่ดูเป็นธรรมชาติและเปรียบเสมือนเป็นลูกค้าที่ใช้สินค้าจริงๆ ซึ่งจะสร้างความน่าเชื่อถือได้มากกว่าสื่อแบบเก่า

แต่จุดเปลี่ยนในยุค Influencer ก็มาเร็วกว่าที่คาด เพราะผู้บริโภครู้ว่า Influencer เหล่านี้ ได้รับผลประโยชน์จากการรีวิว จึงไม่มีความน่าเชื่อถือพอ ขณะเดียวกันก็จะหันมาเชื่อ Influencer เฉพาะกลุ่ม ซึ่งเป็นเพื่อน หรือคนรู้จัก ใกล้ตัว เพราะเชื่อว่าการรีวิวเหล่านั้นเกิดจากประสบการณ์ตรงจากการใช้จริงมากกว่า ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า เราเชื่อว่าเพื่อนๆ พี่น้อง และคนใกล้ตัวของเราจะกลายเป็น The Real Influencer ที่แท้จริง

3. Water…The New Luxury

โลกกำลังจะเผชิญกับวิกฤตการณ์น้ำ น้ำจะกลายเป็นทรัพยากรที่หายากและมีราคาสูงไปโดยปริยาย ส่งผลให้แบรนด์ต่างๆ ต้องปรับตัว เริ่มจากการปรับสูตรของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้เป็นสูตรใช้น้ำน้อยไปจนถึงไม่ต้องใช้น้ำเลย เช่น Dry-Shampoo สบู่ที่ไม่ต้องล้างออก และยาสีฟันที่ไม่ต้องล้าง เป็นต้น ในอนาคตคาดว่าสินค้าความงามส่วนใหญ่จะถูกพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบที่ไม่ใช้น้ำอีกเลย

4. Power Play 

ไลฟ์สไตล์แบบคนยุคใหม่ที่เร่งรีบ มีทำกิจกรรมหลากหลายมากขึ้น ทำให้ปัญหาเรื่องผิว เปลี่ยนจากยุคขาวกระจ่างใส และต้านริ้วรอย มาเป็นความกังวลเรื่องพลังงาน และความสดใสแทน

ผู้บริโภคเริ่มค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการให้เพิ่มพลังให้ผิว มองหาสินค้าและบริการทางความงามที่ตอบสนองเพื่อสุขภาพองค์รวมเพิ่มมากขึ้น สินค้าในกลุ่ม Energy-Boosting จะมาแน่นอน

5. Kids Cosmetics

อย่างที่เราเห็นๆกันนั่นแหล่ะ เด็กสมัยนี้โตไวกันจริงๆ เครื่องสำอางจึงไม่ได้มีไว้สำหรับผู้ใหญ่เท่านั้นอีกต่อไป โดยเฉพาะในอเมริกา เด็กอเมริกันร้อยละ 80 ที่มีอายุระหว่าง 9-11 ขวบ ได้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ความงามที่ทำขึ้นมาเพื่อเด็กโดยเฉพาะ อาทิเช่น ลิปมัน แป้งพัฟ โลชั่นที่มีกลิ่นหอม ฯลฯ ส่วนเด็กวัยรุ่นที่อายุระหว่าง 12-14 ปีนั้น ร้อยละ 54 นิยมใช้มาสคารา อายแชโดว์ อายไลเนอร์ และดินสอเขียนคิ้ว ส่งผลให้เจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางหันมาใส่ใจในความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มใหม่นี้กันมากขึ้น

6. Gas-tronomia

จากกระแสนิยมรักสุขภาพและการใฝ่หาความเป็นธรรมชาติ 100% ทั้งในอาหาร ยา และเครื่องสำอาง ส่งผลให้ผู้บริโภคในปัจจุบันหันหลังให้สิ่งที่ผลิตขึ้นจากห้องแล็บ ผู้บริโภคมีความเชื่อว่า ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่มีส่วนผสมและวัตถุดิบจากธรรมชาติจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเครื่องสำอางแบรนด์ใหญ่ที่ผลิตในห้องแล็บ นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการซื้อและใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติหรือผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกจะทำให้สุขภาพดีขึ้นและสภาพแวดล้อมของโลกดีขึ้นด้วย

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *